ถ้านอกจากในมหาวิทยาลัยแล้วก็เคยแต่เรียนเต้นลีลาศเท่านั้นหนะครับ ลีลาศก็เรียนหลายที่มากครับ เริ่มที่แรกก็บุญเลิศลีลาศ สากลลีลาศ ศูนย์เยาวชนไทยญี่ปุ่นดินแดง แดนส์แฟคทอรี่ และที่สุดท้ายก็คือที่ เดอะ วอลส์ 2002.ของอ.ชัยยศครับแต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เน้นไปในประเภท Latin American.มากกว่า Standand.แล้วก็เรียน Salsa.ที่ La Ruvada. เรียน Flamanco.ที่รัมบุรี และเรียน Jazz Dance.ที่ Point Studio.แห่งนี้ครับ
เรียนที่นี่ผมได้ประสบการณ์ใหม่ๆเยอะเลยนะครับจะว่าไปแล้วตั้งแต่รู้จักกับครูอรก็ได้ทราบอะไรหลายๆอย่างก
่อนที่จะมาเรียนที่สถาบันนี้เสียอีกและนี่ถือได้ว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากเรียนที่นี่กับครูคนนี้ พอเรียนแล้วก็ทำให้ผนทราบว่าการเรียนเต้นนั้นไม่ใช้แต่เพียงพลังกายแต่ก็ต้องใช้พลังจิตด้วย ต้องขออนุญาตขยายความว่าพลังจิตนิดนึงเดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่ามีClassไสยศาสย์ด้วย กล่าวคือเมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วสติจะเกิด สติเกิดปัญญา อะ อะ!!ไงหละ(แต่ผมเรียนพอตื่นเต้นทีไรสติแตกทุกที จุดนี้แหละโทษครับ.....!)ผมยังได้เรียนรู้เทคนิค ระเบียบร่างกายว่าทำอย่างไรจะสวยจะมีเปอร์เซนที่ทำแล้วจะแน่นอนมากขึ้นไม่ใช่แต่จิ้มส่งหมุนส่งไปครั้งๆ ผมได้รับการฝึกให้สมองซีกซ้ายทำงานมากขึ้นจากการทำตรงกันข้าม และสมองซีกฃวาจากการจดจำและทำการออกแบบท่าเต้นให้ตนเองจากความถนัดที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวและใช้มันให้ถู
กกับกาละเทสะ ผมได้เรียนรู้เรื่องมารยาทสังคมหลายๆอย่างจากที่นี่ และที่ประทับใจที่สุดคือสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียนเอาเสียเลยแต่มันคือประสบการณ์
ที่ไม่ได้มีให้คุณได้พบเห็นกันทั่วไปตามสถาบันทุกๆสถาบันก็คือ สิ่งที่ผมสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนวาความอาธรนั้นไม่จำเป็นที่จะเกิดขึ้นระหว่างคนในครอบครัวเดียวกันเท่
านั้นมันเกิดขึ้นได้กับทุกๆที่ที่มีความรักและปรารถณาดีต่อกันและคุณค่าของมันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยแ
ม้แต่น้อย ผมเชื่อวาสมาชิกทุกท่านจะเห็นมันได้แค่ลองมองสิครับ ครูอรไม่เคยบังคับให้นร.คนไหนทำตามที่ตนต้องการแต่จะได้ยินเสมอๆว่า"พี่อรขอ..." แล้วเมื่อสมหวังเธอแล้วเธอก็จะกล่าวคำว่า"ขอบคุณคะ"(น่ารักกกกกกกก)
ครูอรจะไม่สอนแบบเป็นรูปแบบตายตัวเธอจะมองหน้านร.ว่าเข้าใจไหมแล้วนร.คนนั้นทำหน้ามึนแบบที่ผมทำใส่ครูอรเ
สมอๆแล้วหละก็ครูอรเธอก็จะหาวิธีอธิบายจนจะเข้าใจและทำได้จึงปล่อยให้ทำเอง
ยกตัวอย่างผมเอง ครูอรเธอทราบดีว่าเพ้อ ต้องอธิบายเป็นภาพพจน์แล้วปล่อยให้ใช้ความเพ้อจินตนาการด้วยตนเองจึงจะสำฤทธิ์ผล เธอก็ช่างสรรหามาบิ้วด์"เมืองของข้า อณาจักรของข้า" เป็นต้น อันที่จริงมีอีกมากมายที่ไม่สามารถเล่าให้ฟังหมดได้ในคราเดียวจึงยุทติไว้แต่เพียงเท่านี้เกรงว่ามากไปจะพ
าลพาให้คนอ่านเบื่อเอาได้
สรุปได้ว่าสถาบันแห่งนี้สอนให้นร.เติบโตขึ้นป็นศิลปินที่มีความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงครับ จากทัศนะของผมที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟังในครั้งนี้ผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ และก็ต้องขออภัยหากมีข้อความใดไม่เหมาะสมครับ